เลือกใช้ผ้าเบรกอย่างไรให้เหมาะกับการขับขี่

เพื่อนๆ เคยสงสัยหรือไม่ครับว่าการเลือกใช้ผ้าเบรกอย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา ซึ่งจริงๆ แล้วผ้าเบรกมีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้จะต้องดูในเรื่องพฤติกรรมในการขี่ของเราก่อน แต่ก่อนอื่นเรามาสังเกตผ้าเบรกของเรากันก่อนดีกว่าว่าใกล้จะหมดหรือยัง

เดี๋ยวนี้รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ก็มีสมรรถนะที่ดีขึ้น และมีเทคโนโลยีต่างๆ เพิ่มเข้ามา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นระบบเรื่องความปลอดภัย ทำให้ผู้ขับขี่สามารถขี่รถกันได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น แต่ระบบความปลอดภัยหลักก็ยังคงมีอยู่และถูกเสริมความมั่นใจด้วยระบบของ ABS  หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับระบบเบรก ABS กันพอสมควร ระบบเบรก ABS ย่อมาจาก Anti-Lock Brake System โดยพื้นฐานของ ABS ทำหน้าที่ในการป้องกันล้อล็อคเมื่อกดเบรกอย่างกะทันหัน ช่วยให้การเบรกมีความปลอดภัยมากขึ้น ส่วนมากในรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ก็จะเป็นระบบดิสก์เบรกกันหมดแล้ว และได้ติดตั้งระบบ ABS เข้ามาให้ด้วย ส่วนมากจะติดมาที่ล้อหน้า แต่ถ้าเป็นของ CFMOTO จะมาพร้อมทั้งล้อหน้าและหลัง ตั้งแต่ 250NK 650NK และ 650MT แต่จะไม่มีในรุ่น 400NK และ 250NK Standard

การสังเกตผ้าเบรกหมดหรือยัง

คราวนี้ลองมาดูที่เรื่องของผ้าเบรกกันสักนิดหนึ่งว่าควรจะเปลี่ยนเมื่อไหร่ดี สำหรับใครที่อยากดูว่าผ้าเบรกของเราหมดหรือยัง ง่ายๆ เลยแค่ลองก้มลงไปดูถ้าเนื้อของผ้าเบรกยังหนาอยู่อันนี้ก็อาจจะใช้ได้นาน แต่ถ้าเกิดดูแล้วเนื้อผ้าเบรกเหลือแค่นิดเดียวแนะนำควรเปลี่ยนได้เลยครับ ส่วนร่องที่มีอยู่บนตัวผ้าเบรกนั้น มีไว้ทำไมและมีประโยชน์อะไรต่อการเบรก ก่อนอื่นเลยก็ต้องบอกก่อนว่า ผ้าเบรกจริงๆ แล้วก็มีการจำแนกแยกประเภทของรถหรือลักษณะของผู้ขับขี่ด้วยเช่นกัน เพราะด้วยส่วนผสมของวัตถุดิบที่เป็นใยสังเคราะห์นั้นแตกต่างกัน อย่างเช่นถ้าคุณเป็นคนที่ขี่รถไม่เร็วหรือใช้เบรกไม่หนักก็อาจจะใช้ผ้าเบรกที่เบรกได้ดีในอุณหภูมิที่ไม่สูงมากนัก

ส่วนใครที่ชอบขับรถด้วยความเร็วสูงและเบรกหนักๆ ก็อาจจะเลือกผ้าเบรกที่สามารถคลายความร้อนได้เร็วและมีการทนความร้อนสูงๆ ได้ ลองมาดูประเภทของผ้าเบรกในชนิดต่างๆ กัน เพื่อที่เอาไว้เป็นข้อมูลให้กับเพื่อนๆ ได้เลือกใช้กันอย่างเหมาะสม

ประเภทของผ้าเบรก

แบบ NAO (Non Asbestos Organic)

ประเภทของผ้าเบรกอย่างแรกเลยก็คือแบบ NAO (Non Asbestos Organic) เป็นผ้าเบรกที่มีส่วนผสมอโลหะ ทำให้น้ำหนักเบา ทนต่อแรงเสียดทาน ควบคุมเวลาเบรกได้ง่าย เวลาเบรกมีเสียงน้อยและไม่ค่อยมีฝุ่นสีดำ แต่ด้วยส่วนผสมที่มีหลายชนิดเลยทำให้ผ้าเบรกชนิดนี้ ไม่เหมาะกับการเบรกหนักๆ และไม่สามารถทนรับกับอุณหภูมิสูงๆ ได้เท่าไหร่นัก อีกทั้งการคายความร้อนจะค่อนข้างช้า ทำให้เกิดการเบรกไม่ค่อยอยู่

แบบ Semi-Metallic

ต่อมาผ้าเบรกอีกชนิดหนึ่งที่สามารถทนกับความร้อนขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นแบบ Semi-Metallic ผ้าเบรกชนิดนี้จะสามารถทนรับกับแรงเสียดทานสูงๆ ได้ และสามารถคายความร้อนได้เร็วกว่าแบบแรก แต่ก็อาจจะยังมีข้อเสียตรงที่เวลาเบรกจะมีเสียงและผงดำๆ ออกมาตามที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ

แบบ Full Metallic

ชนิดต่อมาผ้าเบรกที่เป็นแบบ Full Metallic จะเป็นผ้าเบรกที่ผสมวัตถุดิบที่เป็นผงเหล็กละเอียดมากขึ้น และมีการอัดขึ้นรูปแรงดันสูง ซึ่งผงเหล็กตัวนี้จะสามารถทนกับแรงเสียดทานสูงๆ ได้ ดังนั้นใครที่ชอบขับรถเร็วๆ และเบรกกะทันหันบ่อยๆ ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว

แบบ Advance Material

ส่วนผ้าเบรกแบบ Advance Material จะเป็นผ้าเบรกที่มีประสิทธิภาพสูง และเหมาะกับคนที่ชอบขับรถเร็วๆ หรือว่าในกลุ่มของรถสปอร์ต เพราะผ้าเบรกประเภทนี้มีส่วนผสมที่ช่วยให้คายความร้อนได้เร็ว ทนแรงเสียดทานได้สูง แต่ข้อเสียคือผ้าเบรกอาจจะหมดค่อนข้างเร็วเลยทีเดียว

ทั้งหมดก็เป็นประเภทของผ้าเบรกที่มีส่วนผสมต่างๆ เอามาให้ได้อ่านกัน ดังนั้นทางที่ดีควรเลือกผ้าเบรกที่มีความเหมาะสมกับการขับขี่ของตัวเอง เพื่อให้การใช้เบรกนั้นเกิดประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยมากที่สุด แน่นอนว่าราคาของผ้าเบรกก็จะแตกต่างกันไปด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลของราคาผ้าเบรกที่ไม่เท่ากันด้วย

ปัจจัยในการเปลี่ยนผ้าผ้เบรก

ส่วนผ้าเบรกควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ดีนั้น ที่ผ้าเบรกทุกชิ้นลองสังเกตดูว่าจะมีร่องตรงกลาง ซึ่งจะมีแค่หนึ่งร่องหรือสองร่องขึ้นอยู่กับการออกแบบ ร่องตัวนี้จะใช้เป็นจุดสังเกตว่าผ้าเบรกถึงเวลาเปลี่ยนหรือยัง ผู้ใช้เองก็อาจจะต้องก้มลงไปดูสักนิด หรือไม่เวลาเข้าตรวจเช็คก็อาจจะให้ช่างช่วยดูผ้าเบรกไปด้วยก็ได้ และนอกจากจะเป็นตัวสังเกตในเวลาเปลี่ยนผ้าเบรกแล้วก็ยังเป็นตัวที่ช่วยระบายความร้อนให้กับตัวผ้าเบรกด้วย เพราะเมื่อเวลาเบรกทำงานแล้วผ้าเบรกจะเสียดสีไปกับจานเบรก ทำให้เกิดความร้อนสูงมากดังนั้น ผู้ผลิตจึงได้คิดค้นให้ผ้าเบรกสามารถระบายความร้อนไปด้วยในตัว และนอกจากนั้นก็ยังได้มีการเจาะร่องหรือรูเอาไว้ที่จานดิสก์เบรกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการช่วยระบายความร้อนไปพร้อมๆ กับผ้าเบรกนั้นเอง

ผ้าเบรก cfmoto

คราวนี้ก็จะได้ทราบกันแล้วว่าควรจะเปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อไหร่ดี บางท่านอาจจะมองที่ระยะทางถึงจะเปลี่ยน แต่จริงๆ แล้วระยะทางในการใช้จะไม่ค่อยมีส่วนในการเปลี่ยนผ้าเบรก เพราะการใช้งานหรือการขับขี่ของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน อย่างเช่นคนที่ขี่รถระยะทางเท่ากันแต่เปลี่ยนผ้าเบรกไม่พร้อมกัน เพราะบางท่านใช้เบรกอยู่ตลอดเวลา บางท่านไม่ค่อยได้ใช้เบรก ดังนั้นลักษณะของการใช้งานจึงเป็นคำตอบของการเปลี่ยนผ้าเบรก และเลือกผ้าเบรกให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้การขับขี่รถนั้นมีความปลอดภัยมากขึ้นแล้ว

ติดต่อสอบถามหรือพูดคุยหรือซื้อออนไลน์กับเรา

inbox facebook

LINE