อาการคลัทช์หมด เป็นอย่างไร

สวัสดีครับวันนี้ CFMOTO AllRide มีบทความสาระดีๆ มานำเสนอให้กับทุกท่านอีกเช่นเคยวันนี้ผมขอยกบทความเรื่อง “รู้หรือไม่ อาการคลัทช์หมด จะเป็นอย่างไร” มาให้กับทุกท่านได้อ่านกันครับ

นอกจากเรื่องของกำลังที่เป็นต้นตอของกำลังเครื่องยนต์แล้ว อีกส่วนหนึ่งที่มีหน้าที่ในการส่งถ่ายกำลังเพื่อให้กำลังเครื่องยนต์ถูกถ่ายทอดไปสู่พื้นมากที่สุด ก็จะมีอยู่ 2 ส่วนหลักๆนั่นก็คือชุดเกียร์และชุดคลัทช์ ที่จะเป็นตัวที่ส่งผ่านกำลังให้กับเครื่องยนต์ได้ถูกนำไปใช้มากที่สุด ในชุดเกียร์จะเป็นการใช้ให้เครื่องยนต์สามารถทำความเร็วได้ตามรอบของเครื่องยนต์

หน้าที่หลักของชุดคลัทช์

แต่ในส่วนของชุดคลัทช์นั้นจะมีหน้าที่หลักๆ เลยก็คือการช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์และส่งกำลังเครื่องยนต์ในคราวเดียวกัน โดยหน้าที่การตัดกำลังเครื่องยนต์ก็เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถออกตัวและเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวล และต่อเนื่องไปถึงเรื่องของการส่งกำลังตามรอบเครื่องยนต์ โดยที่ตัวคลัทช์จะต้องทำหน้าที่ในการส่งกำลังให้เป็นไปตามรอบความเร็วของเครื่องยนต์ในขณะนั้นด้วย

ดังนั้นชุดคลัทช์เป็นอีกตัวหนึ่งที่ถือว่ามีว่ามีความสำคัญต่อการขับขี่ของเครื่องยนต์ และแน่นอนว่าเมื่อคลัทช์ถูกใช้งานไปนานก็ย่อมมีเสื่อมไปได้เหมือนกัน ที่เราเรียกกันว่าคลัทช์หมดหรือว่าคลัทช์ลื่นกันนั่นแหละ แล้วอย่างนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าคลัทช์หมดหรือว่าคลัทช์ลื่น

ประเภทของคลัทช์

ก่อนที่จะไปดูว่าคลัทช์หมดหรือว่าคลัทช์ลื่นนั้น ลองมาทำความรู้จักกับประเภทของคลัทช์กันสักนิดนึง อย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้คลัทช์มีอยู่ 2 แบบ คือ คลัทช์เปียก และคลัทช์แห้ง แต่ในรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปส่วนมากจะเป็นคลัทช์แบบเปียกกันหมดแล้ว คือชุดคลัทช์จะถูกแช่อยู่ในน้ำมันเครื่อง

เหตุผลที่ใช้คลัทช์เปียก

เหตุที่ส่วนมากรถมอเตอร์ไซค์ในปัจจุบันถูกใช้แบบคลัทช์เปียกนั้นก็เพราะด้วยการใช้งานที่ทนทานและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่านั่นเอง รวมไปถึงระบบการทำงานที่มีความเงียบกว่าคลัทช์แห้ง อีกระบบหนึ่งที่ขอรวมเอาไว้อยู่ในหัวข้อนี้ก็คือระบบคลัทช์อัตโนมัติที่จะเป็นการทำงานแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ซึ่งจะมีอยู่ในรถที่ไม่มีมือคลัทช์ให้บีบ

คลัทช์แบบเปียกสำหรับรถทั่วไป

การทำงานของคลัทช์แห้ง

การทำงานของคลัทช์แห้งส่วนมากจะถูกใช้อยู่ในรถแข่งเป็นส่วนใหญ่ สาเหตุก็เพราะระบบคลัทช์แห้งจะสามารถถ่ายทอดกำลังได้ดีกว่าคลัทช์เปียก แต่ก็ยังมีรถมอเตอร์ไซค์บางรุ่นที่ใช้คลัทช์แห้งอยู่ ซึ่งสังเกตง่ายๆ เลย รถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้คลัทช์แห้งอยู่นั้นเสียงคลัทช์จะดังมาก และคลัทช์แห้งส่วนใหญ่สามารถมองเห็นการทำงานได้เลย จึงทำให้คลัทช์แห้งไม่เหมาะที่จะใช้งานในยุคปัจจุบันสักเท่าไหร่ รวมไปถึงสภาพอากาศในบ้านเราที่มีฝุ่นและฝนตกอยู่บ่อยๆแบบนี้ เพราะสิ่งสกปรกจะเข้าไปติดอยู่ในระบบคลัทช์ทำให้ชุดคลัทช์เกิดการสึกหรอได้ง่ายนั้นเอง ถ้าใช้คลัทช์ประเภทนี้ก็อาจจะต้องค่อยดูแลรักษากันมากกว่าคลัทช์แบบเปียก แต่หลายคนก็อาจจะมองว่าคลัทช์แห้งนั้นก็เท่ดีอยู่เหมือนกัน

คลัทช์แห้ง

รูปภาพจาก https://www.gaeglong.com/

ไม่ว่าจะเป็นคลัทช์แบบไหนเมื่อถึงเวลาที่เปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน แต่จะเปลี่ยนเมื่อไหร่นั้นจะรู้กันได้อย่างไร…??? ก่อนที่จะเปลี่ยนอะไหล่ชุดคลัทช์นั้นรถก็จะมีอาการบอกให้ได้ทราบกันก่อน แต่ว่าก็ต้องสังเกตอาการนิดนึ่งว่าเมื่อไหร่ที่จะต้องเปลี่ยน การสังเกตนั้นก็ไม่ยาก โดยปกติแล้วเมื่อบีบคลัทช์รถมอเตอร์ไซค์ก็จะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปในทันที อาจจะบิดคันเร่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น รวมถึงจังหวะการเปลี่ยนเกียร์เองก็จะมีความนุ่มนวลในทุกเกียร์

แต่ถ้าหากคลัทช์เริ่มหมดอาการคือ เมื่อเริ่มออกตัวรถจากที่เคยใช้คันเร่งเท่าเดิม กลายเป็นว่าต้องเติมคันเร่งให้มากขึ้น เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนตัวข้างหน้าได้ เช่นเดียวกับช่วงจังหวะการเปลี่ยนเกียร์จากที่มีความนุ่มนวลก็อาจจะมีอาการสะดุดของรถหรือว่าเกิดอาการเกียร์ไม่เข้าที่เรียกว่าเกียร์เปลี่ยนยากนั้นเอง รวมไปถึงในช่วงที่มีการใช้รอบเครื่องยนต์หรือบิดคันเร่งในช่วงจังหวะที่ต้องการใช้ความเร็ว เสียงรอบเครื่องยนต์ดังขึ้นแต่ว่าความเร็วนั้นกลับไม่เร็วขึ้นนั้นเอง นี่ก็เป็นการสังเกตอาการของคลัทช์หมดในเบื้องต้น เช่นเดียวกับรถออโตเมติกเองเมื่อบิดคันเร่งไปแล้วรอบเครื่องยนต์ดังขึ้น แต่ว่าความเร็วกลับคงที่หรือว่าช้ากว่าปกติ

สาเหตุของคลัทช์มหด

เรื่องของคลัทช์หมดหรือว่าคลัทช์ลื่น นอกจากการเปลี่ยนคลัทช์ตามอายุการใช้งานแล้ว อีกหนึ่งสาเหตุที่ต้องทำให้เปลี่ยนคลัทช์ก็คือการที่ผู้ขับขี่อาจจะเผลอใช้นิ้วมือเกี่ยวอยู่ที่มือคลัทช์ ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องระวังกันนิดนึ่ง เพราะจังหวะนี้นิ้วอาจจะไปกดก้านคลัทช์ได้โดยที่เราไม่ทันระวังตัว ส่วนมากจะเป็นความเคยชินมากกว่า ทำให้คลัทช์นั้นถูกใช้งานไปได้โดยไม่รู้ตัว ในขณะเดียวกันเครื่องยนต์ก็ไม่สามารถถ่ายทอดกำลังไปได้หมด จะสังเกตได้คือจะคล้ายๆ อาการของคลัทช์หมดหรือว่าคลัทช์ลื่น รถจะไม่สามารถทำความเร็วได้เท่าที่ควร แต่จะใช้รอบเครื่องยนต์มากกว่าปกติ และอาจจะทำให้เข้าใจผิดว่าคลัทช์หมดหรือว่าคลัทช์ลื่นกันได้เลย แต่แท้จริงแล้วเป็นเพราะว่านิ้วไปเกี่ยวเอามือคลัทช์ บ่อยเข้าคลัทช์เกิดหมดขึ้นมาจริงๆ

ก้านคลัทช์เป็นสาเหตของอาการคลัทช์หมด

คราวนี้ก็ลองสังเกตกันนิดหนึ่งระหว่างที่ใช้งานรถกันอยู่ทุกวัน ถ้าหากวันไหนที่รู้สึกว่าต้องใช้รอบเครื่องยนต์มากกว่าปกติที่เคยเป็นก็สามารถสันนิษฐานได้เลยว่าเป็น อาการคลัทช์หมด ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแล้ว แต่ถ้าให้ชัวร์ก็ให้นำรถเข้าศูนย์บริการเลยดีกว่า เพราะถ้าหากปล่อยให้คลัทช์หมด คราวนี้ได้กินข้าวลิงกันแน่ๆ ครับ เพราะว่าจะไม่สามารถขับไปไหนได้เลยจะได้ยินแค่เสียงรอบเครื่องอย่างเดียวแต่รถจะไม่วิ่ง ไม่ว่าจะใช้เกียร์อะไรก็ตาม และทางที่ดีใช้คลัทช์เดิมหรือของศูนย์บริการนั้นก็จะดีและแน่นอนที่สุดครับ

ติดต่อสอบถามหรือพูดคุยหรือซื้อออนไลน์กับเรา

inbox facebook

LINE