เรื่องของไฟเลี้ยว

เรื่องนี้ได้มีการพูดกันมาอย่างยาวนานแล้ว แต่หลายๆ คนมักจะมองข้ามเรื่องนี้ไปการเปิดไฟเลี้ยว ไม่ใช่แค่เรื่องของการบอกว่าเราจะเปลี่ยนช่องทางการเดินรถเท่านั้นมันหมายถึงเรื่องของความปลอดภัยต่อคนรอบข้างอีกด้วย ถึงแม้ว่าเรื่องอุบัติเหตุจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จริง แต่อย่างน้อยเราก็ไม่ควรประมาทกับเรื่องแบบนี้

ไฟเลี้ยว

เปิดไฟเลี้ยวแล้วสบายใจกับเพื่อนร่วมทาง

หลายๆ วันที่ผ่านมาผมสังเกตการณ์ขับขี่ไม่ว่าจะรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์เวลาเปลี่ยนช่องทางการขับขี่มักจะไม่เปิดไฟเลี้ยว อยู่ดีๆ อยากเลี้ยวก็เลี้ยวเลย ซึ่งผมเองขี่มาทางซ้ายสุดส่วนอีกคันซึ่งเป็นรถใหญ่อยู่ทางขวา อยู่ดีๆ รถยนต์ก็เปลี่ยนเลนมาทางซ้ายทันทีโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว สิ่งที่ตามมาคือผมต้องเบรกทันที (เกือบลืมบอกช่วงนั้นเป็นช่วงที่การจราจรติดขัดนะครับ) ซึ่งรถที่ตามหลังผมมาก็ต้องเบรกแบบกะทันหัน เสียงล้อที่ล็อคแล้วลากไปกับพื้นถนนดังสนั่น (เอี๊ยด~~)

เปิดไฟเลี้ยวแล้วมันดียังไง

  1. การเปิดไฟเลี้ยวจะช่วยบอกเพื่อนร่วมทางได้ว่าเราจะไปทางไหน
  2. เพื่อให้เพื่อนร่วมทางเตรียมตัวหาทางหลบ ยิ่งเป็นมอเตอร์ไซค์ด้วยแล้วต้องอาศัยการทรงตัวด้วย ถ้าเราไม่เปิดไฟเลี้ยวก่อนแล้วอยู่ๆ ก็เลี้ยวเลย มอเตอร์ไซค์ที่มาทางตรงจะเบรกกะทันหันและเสียการทรงตัวได้
  3. ช่วยให้การจราจรคล่องตัว เพราะคนข้างๆ หรือรอบๆ ตัวเราจะทาบทิศทางของเราว่าจะไปทางไหนและตัดสินใจว่าจะหลบยังไงหรือชะลอยังไง

ตามมาตรา 38 (2) ของกฎหมายจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ระบุเอาไว้ว่า เมื่อจะเลี้ยวรถ เปลี่ยนช่องทางเดินรถ หรือแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น ผู้ขี่ต้องให้สัญญาณยกเลี้ยวสีเหลืองอำพัน หรือให้สัญญาณกะพริบสีขาวหรือสีเหลืองอำพันที่ติดอยู่หน้ารถหรือข้างรถ และไฟสัญญาณกะพริบสีแดงหรือสีเหลืองอำพันที่ติดอยู่ท้ายรถไปในทิศทางที่จะเลี้ยวเปลี่ยนช่องทางเดินรถ หรือแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น

วิธีการเปิดไฟเลี้ยวที่ถูกต้อง

เปิดไฟเลี้ยวแล้วไม่ได้หมายความว่าจะเลี้ยวได้เลย ถ้าคุณคิดแบบนั้นต้องบอกว่าคุณคิดผิดถนัดเลยครับ เรามาดูวิธีการใช้ที่ถูกต้องกันครับ

1. เมื่อต้องการจะเปลี่ยนเลนหรือช่องทางการเดินรถ ไม่ว่าจะไปทางซ้ายหรือทางขวาก็ตามควรมองกระจกข้างฝั่งที่จะไปเสียก่อน

2.เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวในทิศทางที่จะไป พูดกันง่ายๆ ก็คือถ้าจะเลี้ยวซ้ายก็เปิดไฟเลี้ยวซ้าย ถ้าจะเลี้ยวขวาก็เปิดไฟเลี้ยวขวา

3. ถึงแม้ว่าจะเปิดไฟเลี้ยว มองกระจกข้างแล้วก็ตาม แต่อย่าเพิ่งออกไปครับควรดูก่อนว่ารถคันข้างหลังและข้างหน้ามีระยะมากพอหรือยัง แล้วรถด้านหลังมีการชะลอความเร็วให้เราหรือไม่

4. เมื่อเปลี่ยนช่องทางแล้ว ปิดสัญญาณไฟเลี้ยวทันที

5.ถ้าในกรณีเลี้ยวเข้าซอยหรือรอกลับรถการเปิดไฟเลี้ยวไม่สามารถเปิดแล้วเลี้ยวได้ทันที ต้องเปิดไฟเลี้ยงอย่างน้อยก่อนถึงในระยะ 50 เมตร เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้รถที่ตามมาข้างหลังหรือด้านข้างได้รับรู้และสามารถระวังตัวหรือเปลี่ยนช่องทางได้ทัน

สุดท้ายนี้การเปิดไฟเลี้ยวมีประโยชน์มาก อย่างน้อยช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะรถที่ตามมาด้านหลังจะทราบว่าเราจะไปในทิศทางไหน และควรเปิดให้ถูกที่ถูกเวลา บางท่านเปิดไฟเลี้ยวแล้วลืมปิดทำให้รถด้านหลังไม่ทราบว่าท่านจะเอายังไงกันแน่ เมื่อเลี้ยวเสร็จตรวจสอบว่าไฟเลี้ยวได้เปิดอยู่หรือไม่

ติดต่อสอบถามหรือพูดคุยกับเรา

inbox

LINE