สงสัยกันไหมว่าขี่มอเตอร์ไซค์แนว Adventure แล้วทำไมต้องยืน

ทำไมขี่มอเตอร์ไซค์แนว Adventure แล้วต้องยืนเรื่องของการขี่รถมอเตอร์ไซค์มีทั้งการใช้ศาสตร์และศิลป์เข้ามาผสมผสานกัน ทำให้การขับขี่เกิดความปลอดภัยและควบคุมรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถึงแม้บางสิ่งบางอย่างที่อาจจะดูเหมือนไม่มีเหตุผล แต่ทุกอย่างคือเหตุและผลที่ได้นำมาใช้ โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยจากการขับขี่ ยิ่งในช่วงเกิดเหตุการณ์คับขันก็สามารถช่วยให้รอดจากสถานการณ์คับขันนั้นมาได้อย่างปลอดภัย การขับขี่ไม่ว่าจะเป็นรถประเภทไหนหรือว่าแบบไหนก็แล้วแต่ เรื่องของทักษะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญต่อการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าจะรถเป็นเล็กหรือว่ารถบิ๊กไบค์ พื้นฐานการใช้งานของรถทั้ง 2 แบบสามารถนำมาปรับการใช้ได้รถเหมือนกัน จะแตกต่างกันก็เพียงเรื่องของจังหวะเร่งการเบรกและการควบคุมรถเท่านั้น

คราวนี้ลองมาพูดถึงเรื่องของการขับขี่รถกันสักนิดหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นท่านั่งปกติก็อาจจะไม่มีปัญหาจะเห็นได้ในรถทุกประเภท แค่มีการปรับท่านั่งไปตามรูปร่างของรถเท่านั้น ถึงแม้จะเป็นรถที่ต่างประเภทกัน แต่พื้นฐานการควบคุมรถก็จะมาจากพื้นฐานเดียวกันทั้งหมด แต่ถ้าหากเป็นรถในกลุ่มของ Adventure Touring หลายคนมักจะเห็นคนที่ขี่รถแนวนี้ชอบยืนกันอยู่บ่อยๆ ทำให้ต้องมาดูกันว่าทำรถประเภทนี้ทำไมต้องยืนขี่ แล้วยืนเพื่อความเท่หรืออย่างไร และรถสไตล์อื่นหรือแบบอื่นจะยืนได้บ้างหรือเปล่า?

เอาล่ะครับ ได้เวลามาพูดคุยกันถึงเรื่องการยืนขี่กันสักหน่อย (ช่วงต้นเกริ่นซะยาวไปหน่อย ฮ่าๆ) เชื่อว่าหลายคนที่ไม่ได้ขี่รถประเภท Adventure Touring ก็อาจจะไม่ค่อยคุ้นกับท่ายืนขี่กันสักเท่าไหร่ หรือบางคนอาจจะเคยเห็น แต่ก็ไม่รู้ว่ายืนขี่เพราะอะไร ส่วนคนที่เคยขี่อยู่แล้วก็อาจจะมีความคุ้นเคยกับการยืนขี่กันอยู่แล้วเช่น CFMOTO 650MT และ CFMOTO 650MT Touring การยืนขี่รถมีส่วนช่วยและจำเป็นต่อการขับขี่ในรถประเภท Adventure Touring กันพอสมควร ก่อนอื่นมาดูถึงเหตุผลกันนิดหนึ่งว่าทำไมต้องยืนขี่? แล้วยืนขี่นั้นได้อะไรบ้าง? หรือเพียงแค่ความเท่เพียงอย่างเดียว

650mt

สาเหตุที่รถสไตล์ Adventure Touring ที่ต้องยืนขี่นั้นหลักๆ คือเรื่องของการเปิดทัศนวิสัยในการมองทาง ให้ผู้ขับขี่สามารถมองทางได้ไกลมากขึ้น เมื่อมองทางได้ไกลมากขึ้นผู้ขับขี่ก็สามารถวางแผนและเตรียมตัวในการเจอกับอุปสรรคได้เร็วขึ้น ถึงแม้รถประเภทนี้จะไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมากนัก แต่การขับขี่ในรถประเภทนี้จะต้องเจอกับอุปสรรคตลอดเส้นทางอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะถ้าต้องขับขี่ในเส้นทางธรรมชาติ ที่ผู้ขับขี่ต้องมีสมาธิตลอดเวลา เพราะไม่สามารถคาดเดาถึงเส้นทางข้างหน้าได้เลย ฉะนั้นเมื่อยืนขี่แล้วก็จะสามารถช่วยให้มองเห็นเส้นทางได้ไกลมากขึ้น ประเด็นต่อมาสำหรับการยืนขี่ก็คือ ช่วยให้สามารถควบคุมรถได้ง่าย โดยเฉพาะในเส้นทางธรรมชาติที่ไม่ได้สวยงามเหมือนถนนลาดยาง การยืนจึงเป็นการช่วยซับแรงกระแทกให้กับร่างกาย

เมื่ออยู่ในท่ายืนแขนและขาจะทำหน้าเป็นโช๊คให้กับผู้ขับขี่เมื่อเจอกับหลุมหรือว่าก้อนหิน รถจะเกิดการยุบตัวจากโช๊ค ท่ายืนจะช่วยให้การควบคุมรถได้ดีกว่าท่านั่ง หากนั่งขี่รถเมื่อเจอกับอุปสรรคขึ้นมาและเกิดการกระแทกก็อาจจะทำให้ผู้ขับขี่มีโอกาสตกรถมากกว่าในท่ายืน ไม่เพียงแค่การขับขี่ในเส้นทางธรรมชาติที่ได้ประโยชน์จากท่ายืนขับขี่ บนถนนก็สามารถใช้ประโยชน์จากท่ายืนได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะจุดอับสายตาอย่างเช่นบนคอสะพานหรือว่าเนินเขาที่ผู้ขับขี่ต้องการทัศนวิสัยมากขึ้น ช่วงนี้ผู้ขับขี่สามารถยืนขี่เพื่อเปิดมุมมองให้กับตัวเองได้เช่นเดียวกัน เมื่อยืนขี่จะเห็นทางข้างหน้าได้ไกลมากขึ้น มองเห็นว่าข้างหน้ามีรถวิ่งสวนมาหรือเปล่า หรือมีอุปสรรคอะไรอยู่ด้านหน้า และประโยชน์ข้อสุดท้ายสำหรับท่ายืนขี่ก็คือช่วยผ่อนคลายอิริยาบถได้ หากขับขี่ทางไกลเป็นเวลานาน ท่ายืนก็ช่วยยืดเส้นยืดสายได้ หรือถ้าใครที่มีความชำนาญมากหน่อยก็สามารถถ่ายน้ำหนักไปที่เท้าข้างใดข้างหนึ่งหรือสลับกันเพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายได้บ้าง

แต่การยืนนั้นก็ต้องมีทักษะเช่นเดียวกัน ยิ่งเป็นคนที่ไม่เคยยืนหรือไม่มีความคุ้นเคยในท่ายืนมาก่อนก็จะยิ่งทำให้การยืนขี่นั้น เป็นอุปสรรค์พอสมควรทีเดียว ถ้าหากยืนผิดวิธีก็จะยิ่งทำให้เกิดอันตรายได้เช่นเดียวกัน เพราะจะเสียการควบคุมรถไปได้ง่าย ดังนั้นการเริ่มต้นของการยืนขี่ก็เพียงแค่ยกตัวขึ้นมาจากท่านั่ง โดยที่มือยังจับอยู่ที่แฮนด์หรือกริ๊ปแฮนด์ ในท่าปกติคือเฉียงเกือบ 45องศา (V-Grip) พร้อมกับกางแขนเป็นลักษณะครึ่งวงกลม เพื่อให้วงแขนเป็นโช๊คให้กับร่างกาย เช่นเดียวกับตำแหน่งการวางเท้า สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ๆ ควรจะวางเท้าให้พักเท้าอยู่ตรงกลางฝ่าเท้าก่อน เพื่อให้การยืนมีความมั่นคง เมื่อมีความคุ้นเคยแล้วก็อาจจะใช้ปลายเท้าเป็นตำแหน่งวางเท้าบนพักเท้าได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ขับขี่

เมื่อยืนขี่แล้วขาหรือหัวเข่าด้านในควรจะต้องหนีบตัวถังเอาไว้ก่อน และย่อเข่าเพียงเล็กน้อย เพื่อใช้ขาเป็นโช๊คอัพให้กับร่างกายเช่นเดียวกัน การหนีบรถก็เพื่อให้ร่างกายกับรถเป็นอันหนึ่งอันเดียวอีกทั้งป้องกันไม่ให้รถเกิดอาการดิ้น การยืนควรจะโน้นตัวไปด้านหน้า เพื่อให้น้ำหนักถ่ายเทไปด้านหน้าของรถมากกว่า ส่วนสายตายังคงมองไกลเช่นเดิมรถก็วิ่งไปตามสายตานั้นเอง

ในท่ายืนจริงๆ แล้วไม่ได้ใช้เฉพาะในรถของ Adventure Touring เท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ได้กับรถทุกประเภท ลักษณะการยืนก็จะเป็นไปตามลักษณะของตัวรถ ถ้าเป็นรถสปอร์ตอาจจะยืนยากหน่อย แต่นี่ก็เป็นเหตุผลของการยืนขี่ที่เห็นกันมากในกลุ่มของรถประเภท Adventure Touring กันเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึงรถวิบากหรือว่ารถเอ็นดูโร่ด้วย เมื่อรู้ถึงเหตุผลของการยืนขี่แล้วก็ลองเอาไปใช้กันได้ การยืนขี่ไม่ใช่แค่เท่เพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้ประโยชน์และช่วยให้เกิดความปลอดภัยได้เช่นกัน

ติดต่อสอบถามหรือพูดคุยหรือซื้อออนไลน์กับเรา

inbox facebook

LINE

โปรโมชั่น cfmoto